ตอนเผยแพร่
อ่านนิยาย
ตอนที่ 12 บำบัดสระมรกต?
"เจ้ามีอะไรต้องทำด้วยเหรอ?" หนานอวี้ถามอย่างสงสัย
"มีสิ เยอะแยะเลย เช่น บำบัดน้ำเสีย ทำนา เลี้ยงสัตว์ ทำบ้านใหม่"
"ทำไมเยอะจัง ข้าว่าไม่ต้องทำหรอก ทำอาหารให้ข้ากินดีกว่า"
"ไม่ได้ๆ พอดีข้ามีแผนที่จะทำอย่างอื่นเพิ่มด้วย เช่น พวกโรงทอผ้า โรงหลอมโอสถ"
"เจ้าจะทำไปทำไม?"
"เอาไว้ขายไง ศิษย์พี่จะได้มีเงิน หรือว่าท่านไม่ชอบเงิน?"
เมื่อได้ยินคำว่าเงิน หนานอวี้ตาเป็นประกาย
หากพูดถึงสิ่งที่ชอบแน่นอนว่าอันดับหนึ่งอาหาร อันดับสองคือเงิน (ในอนาคตอันดับหนึ่งคือ ยูรัน อย่างไม่ต้องสงสัย)
"เงิน?"
หนานอวี้นั่งตัวตรงทันที
ยูรันพยักหน้าอย่างจริงจัง "ใช่ เงิน"
"ได้เงินยังไง"
ยูรันชี้ไปทางสระมรกตที่ยังขุ่นเขียวอยู่ไม่ไกล
"เริ่มจากสระนั่นก่อน ถ้าจัดการน้ำให้ดี ข้าจะแบ่งเป็นส่วนน้ำจืดกับน้ำเค็ม"
หนานอวี้กะพริบตา "น้ำเค็ม?"
"อืม น้ำจืดเอาไว้เลี้ยงปลาธรรมดา น้ำเค็มเอาไว้เลี้ยงกุ้ง หมึก แล้วก็ของกินอย่างอื่น"
คำว่า 'ของกิน' ทำให้หนานอวี้ตั้งใจฟังขึ้นมาทันที
"มันอร่อยไหม"
"มาก"
ดวงตาของหนานอวี้สว่างขึ้นอีกระดับ
ยูรันพูดต่ออย่างไม่รีบร้อน "ถ้าเลี้ยงได้เยอะ ก็เอาไปขายได้ ของสดจากยอดเขาจันทรา ปลา กุ้ง หมึก ถ้าคุณภาพดี ราคาก็ไม่ควรถูก"
"ขายแพงได้?"
"น่าจะได้"
หนานอวี้สูดลมหายใจลึก
"ศิษย์น้อง ข้าว่าสระมรกตนี่ดูมีอนาคตมาก"
ยูรันยิ้มบาง ๆ
"แล้วยังสร้างศาลากลางน้ำได้ด้วย มีระเบียงยื่นออกไป เอาไว้นั่งตกปลา ตกกุ้ง ตกหมึก"
"ตกหมึกคืออะไร"
"เดี๋ยวถึงเวลาก็รู้"
ยูรันมองสระมรกต ก่อนกล่าวต่อเหมือนพูดเรื่องธรรมดา
"ตอนเย็นนั่งกินข้าวกลางศาลา ลมเย็น ๆ น้ำใส ๆ ตกอะไรได้ก็ย่างกินตรงนั้น ถ้าเหลือค่อยเอาไปขาย"
หนานอวี้นิ่งไปครู่หนึ่ง
ในหัวของนางมีทั้งภาพหมูปิ้ง ซุปกระดูกหมู น้ำแข็งใส เงินกองโต ปลา กุ้ง หมึก และศาลากลางน้ำหมุนวนไปหมด
ไม่นาน นางก็ตบโต๊ะเบา ๆ
"ทำเลย"
ยูรันเลิกคิ้ว "เร็วไปไหม"
"ไม่เร็ว!" หนานอวี้กล่าวหนักแน่น "เพื่ออาหาร... ไม่สิ เพื่ออนาคตของยอดเขาจันทรา เราควรรีบจัดการสระนี่ทันที"
"ได้ งั้นเรามาทำการบำบัดน้ำเสียก่อนแล้วกัน"
"บำบัด? ใช้ค่ายกลทำให้สะอาดเลยไม่ได้เหรอ"
"ไม่ได้! ล้างให้ใสทีเดียว เดี๋ยวมันก็กลับมาเน่าเหมือนเดิม"
หนานอวี้ขมวดคิ้ว
ยูรันอธิบายเพิ่ม พร้อมกับหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาขีดพื้นตรงหน้า
"สระที่ดีไม่ใช่แค่น้ำใส แต่มันต้องหมุนเวียนเองได้"
"สระน้ำมันควรจะมีการบำบัดเองเป็นลำดับ เริ่มจากต้องมี บ่อพักตะกอนให้โคลน เศษใบไม้ ซากพืช จมลงก่อน"
จากนั้นเขาขีดร่องยาวต่อจากบ่อพัก
"ต่อมาคือร่องกรองน้ำ หิน กรวด ทราย ถ่านไม้ แล้วก็พืชรากเยอะ ๆ เอาไว้กรองของเสียกับกลิ่น"
เขาขีดวงเล็ก ๆ หลายจุดรอบสระ
"แล้วก็แปลงพืชกรองน้ำ ให้พืชดูดสารอาหารส่วนเกิน ไม่ให้น้ำเขียวจนเน่าอีก"
หนานอวี้มองเส้นบนพื้นแล้วขมวดคิ้ว
"แล้วน้ำมันจะไหลเองเหรอ"
"ไม่ไหลก็ทำให้ไหล"
ยูรันขีดทางน้ำวนรอบสระ
"ต้องมีทางน้ำเข้า ทางน้ำออก แล้วก็จุดน้ำตกเล็ก ๆ เอาไว้เติมอากาศให้น้ำ"
"หลังจากระบบน้ำเริ่มนิ่ง ค่อยปล่อยสัตว์น้ำกับพืชน้ำลงไป"
หนานอวี้หันมามองเขาเงียบ ๆ
ยูรันทำเป็นไม่เห็นสายตานั้น แล้วขีดกิ่งไม้ต่อ
"แบบนี้สระของเราก็จะสะอาดตลอดทั้งปีแล้ว"
หนานอวี้งุนงง "ยังไง?"
"พืชดูดของเสีย สัตว์กินอาหาร สัตว์ปล่อยของเสีย ของเสียกลายเป็นปุ๋ยให้พืชน้ำ พืชน้ำคายอากาศกับปราณอ่อน ๆ ออกมา พอทุกอย่างลงตัว ปราณมันก็จะหมุนเวียนตามธรรมชาติ"
ยูรันหยุดครู่หนึ่ง ก่อนเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
"เท่านี้ศิษย์พี่ก็ฝึกไปกินไปได้แล้ว"
หนานอวี้นิ่งไปครู่หนึ่ง
"สรุปคือ... กิน ขับถ่าย ปลูกพืช แล้วก็ได้เงิน?"
นางชะงัก ก่อนดวงตาจะสว่างวาบ
"แถมยังฝึกตอนกินได้ด้วย?"
ยูรันพยักหน้า
"ประมาณนั้น"
ดวงตาของหนานอวี้สว่างขึ้นอีกครั้ง
"ข้าเข้าใจแล้ว แบบนี้ฟังดูยอดเยี่ยมมาก"
เมื่อเป้าหมายตรงกัน งานก็เริ่มทันที
ยูรันเอาวัสดุจำนวนมากก็ทยอยออกมาจากช่องเก็บของ ทั้งแผ่นหิน กรวด ทราย ถ่านไม้ ท่อไม้ไผ่สำเร็จรูป แผ่นกรอง และของจิปาถะอีกหลายอย่างที่หนานอวี้มองแล้วไม่รู้จักสักครึ่งหนึ่ง
"เจ้าพกของพวกนี้ไว้ทำไมเยอะแยะ"
"เผื่อใช้ยามจำเป็น"
"เผื่อใช้จนสร้างสระได้ทั้งสระเลยเนี่ยนะ"
จากนั้นทั้งสองก็เริ่มจัดการสระมรกต
ยูรันเป็นคนกำหนดตำแหน่ง บ่อพักตะกอน ร่องกรองน้ำ ทางน้ำวน และจุดน้ำตกเล็ก ๆ ส่วนหนานอวี้รับหน้าที่ใช้แรง ย้ายวัสดุ จัดหิน เปิดร่องดิน และปรับพื้นที่ตามที่เขาบอก
พอทำไปได้สักพัก นางก็เริ่มเข้าใจว่าสิ่งที่ยูรันพูดว่า “บำบัดน้ำเสีย” มันสาหัสมากไม่รู้ว่าศิษย์น้องไปรุ้วิธีพวกนี้มาจากไหน
ช่วงเที่ยง ยูรันหยุดงานก่อน
"พักกินข้าว"
หนานอวี้วางของในมือลงทันที รวดเร็วกว่าตอนชักกระบี่เสียอีก
มื้อเที่ยง ยูรันทำข้าวผัดหมูใส่ไข่ดาวให้คนละจาน
ข้าวร้อน ๆ ผัดจนหอมกระทะ เม็ดข้าวแยกตัวกำลังดี หมูชิ้นเล็กนุ่มเค็มหวานพอดี ส่วนไข่ดาวด้านบนขอบกรอบแต่ไข่แดงยังเยิ้มเล็กน้อย
หนานอวี้กินไปได้สองคำ ดวงตาก็สว่างขึ้นทันที
"ศิษย์น้อง ข้าวนี่ทำไมถึงหอมขนาดนี้"
"ข้าทำอร่อย"
หนานอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง
หลังมื้อเที่ยง ทั้งสองกลับไปทำงานต่อ
ช่วงบ่ายผ่านไปอย่างรวดเร็ว ร่องน้ำเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง บ่อพักตะกอนถูกจัดวางเรียบร้อย จุดน้ำตกเล็ก ๆ ตั้งโครงเสร็จแล้ว และพื้นที่สำหรับปลูกพืชกรองน้ำก็ถูกแบ่งออกเป็นส่วน ๆ
เมื่อแสงเย็นเริ่มทอดลงบนป่าไผ่ สระมรกตก็เปลี่ยนไปมากแล้ว
มันยังไม่สมบูรณ์ น้ำยังขุ่นอยู่บางส่วน กลิ่นเก่ายังไม่หายหมด และระบบหลายจุดยังต้องปรับเพิ่ม
แต่เมื่อเทียบกับสระน้ำเน่าเมื่อเช้า ถือว่าดีขึ้นมาก
ยูรันยืนมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพยักหน้า
"ประมาณเจ็ดส่วนแล้ว"
หนานอวี้เช็ดเหงื่อบนหน้าผาก ดวงตาเป็นประกาย
"เจ็ดส่วนแล้ว งั้นพรุ่งนี้ก็ซื้อสัตว์วิญญาณได้แล้วใช่ไหม"
"ต้องเลือกดี ๆ"
"ซื้ออะไรดี"
ยูรันมองสระ แล้วตอบอย่างไม่รีบร้อน
"เริ่มจากพวกที่เลี้ยงง่าย ขยายพันธุ์เร็ว และไม่ตายง่ายก่อน"
"ปลา?"
"ปลาก็ได้นะ แล้วก็พวกกุ้ง หอย หรือสัตว์น้ำที่ช่วยกินเศษอาหารกับตะไคร่ได้"
หนานอวี้ขมวดคิ้ว "แล้วหมึกล่ะ"
"หมึกไว้ทีหลัง ต้องแยกบ่อน้ำเค็มให้เรียบร้อยก่อน"
นางพยักหน้าเหมือนเข้าใจ แต่สีหน้าแอบเสียดายอย่างเห็นได้ชัด
ช่วงมื้อเย็น ยูรันตั้งหม้อไฟน้ำใสไว้กลางโต๊ะ
น้ำซุปใสหอมกลิ่นกระดูกหมูและสมุนไพรอ่อน ๆ เดือดปุด ๆ อยู่ในหม้อ ด้านข้างมีจานเนื้อปลาแล่บาง หมูสามชั้นย่าง ผักลวก และน้ำจิ้มถ้วยเล็กวางเรียงไว้ครบ
หนานอวี้มองหม้อไฟด้วยสีหน้าราวกับลืมความเหนื่อยทั้งวันไปหมดแล้ว
"นี่ก็กินได้เหรอ"
"ได้"
ยูรันคีบปลาแล่บางลงในน้ำซุป รอเพียงครู่เดียว เนื้อปลาก็สุกขาวนุ่ม เขาคีบขึ้นมาวางในถ้วยของหนานอวี้
"กินตอนร้อน ๆ"
หนานอวี้กินเข้าไปหนึ่งคำ แล้วนิ่งค้าง
จากนั้นดวงตาของนางก็สว่างขึ้นอย่างน่ากลัว
"ศิษย์น้อง"
"หืม"
"พรุ่งนี้เราต้องซื้อปลาเยอะ ๆ"
ยูรันยิ้มบาง ๆ
"ซื้อปลาอย่างเดียวไม่ได้ ต้องคิดเรื่องขยายพันธุ์ด้วย"
หนานอวี้เงยหน้าขึ้นทันที "ขยายพันธุ์?"
"อืม ต้องมีบ่อหลัก บ่ออนุบาล แล้วก็บ่อเพาะพันธุ์ ถ้าพื้นที่ไม่พอ ก็ค่อยขุดเพิ่ม"
ดวงตาของหนานอวี้สว่างวาบ
"แปลว่ายิ่งขุด ยิ่งเลี้ยงได้เยอะ ยิ่งขายได้เงินเยอะ?"
ยูรันพยักหน้า
"ประมาณนั้น"
หนานอวี้วางตะเกียบลงทันที สีหน้าจริงจังขึ้นมาอย่างหาได้ยาก
"ศิษย์น้อง พรุ่งนี้ข้าจะช่วยเจ้าเลือกตัวที่กินอร่อยและขายแพงที่สุดเอง"
ยูรันมองนางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ
"ข้าก็คิดว่าท่านต้องพูดแบบนั้น"
ค่ำวันเดียวกัน
เรือนศิษย์หญิงฝั่งตะวันตกเงียบสงบกว่าที่หลานชิงอวี้คิดไว้มาก
นางนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียงไม้เรียบ ๆ ด้านหน้า กำลังฝึกควบคุมเส้นไหมวิญญาณ
หนึ่งลมหายใจ
สองลมหายใจ
จากนั้นในหัวนางกลับผุดภาพบ้านสีขาวริมสระมรกตขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล
ตามด้วยภาพยูรันนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์
ตามด้วยภาพยูรันป้อนหมูให้หนานอวี้ แล้วนางก็เคี้ยวตุ้ยๆ ตาเป็นประกาย
ฟึ่บ
เส้นไหมวิญญาณกลางอากาศพลันยุ่งเหยิงเข้าหากันทันที
หลานชิงอวี้ลืมตาขึ้นช้า ๆ
"ข้าคิดอะไรอยู่เนี่ย"
นางยกมือกุมหน้าผาก รู้สึกหงุดหงิดตัวเองอย่างบอกไม่ถูก
วันนี้หลังจากนางกลับมาฝึก ยูรันก็อยู่กับหนานอวี้ทั้งวัน
กินข้าวเที่ยง
กินข้าวเย็น
ไม่รู้ว่าศิษย์พี่สามได้กินอะไรอีกบ้าง
คิดถึงตรงนี้ หลานชิงอวี้ก็ชะงักไปเอง
"เดี๋ยวสิ ข้าจะสนใจเรื่องนั้นทำไม"
นางไม่ได้อยากรู้ว่าเขาทำอะไร
ไม่ได้อยากรู้ว่าเขากินอะไร
ไม่ได้อยากรู้ด้วยว่าหนานอวี้อยู่กับเขาทั้งวันสนุกแค่ไหน
ก็แค่... ก็แค่อยากกินข้าวด้วยเฉย ๆ
ใช่
แค่นั้นเอง
หลานชิงอวี้พยักหน้าให้ตัวเองอย่างจริงจัง ราวกับเพิ่งหาคำตอบที่สมเหตุสมผลที่สุดในโลกได้แล้ว
นางมองเส้นไหมวิญญาณที่ยังพันกันยุ่งอยู่กลางอากาศ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ
"พรุ่งนี้ไปดูสักหน่อยก็แล้วกัน"
พูดจบ นางก็หลับตาลงอีกครั้ง พยายามกลับไปฝึกต่อ
ทว่าคราวนี้ เส้นไหมวิญญาณเพิ่งจะขยับได้ไม่กี่เส้น ภาพข้าวเหนียวหมูปิ้ง ซุปกระดูกหมู และน้ำแข็งใสสีแดงก็ลอยขึ้นมาในหัวนางแทน
หลานชิงอวี้นิ่งไปครู่หนึ่ง
จากนั้นก็ลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
"...เป็นไปไม่ได้ ข้าบำเพ็ญเพียรแล้วนะ"
บัดซบ!
"...ข้ากำลังหิว"