คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 15 ทำอะไรต้องมีหลักฐาน8,312 ตัวอักษร

ตอนที่ 15 ทำอะไรต้องมีหลักฐาน

เช้าวันที่สาม

ยูรันตื่นเร็วกว่าปกติเล็กน้อย

หน้าเตาดินเผาในครัว ไอร้อนลอยขึ้นเป็นสาย กลิ่นกุ้งย่าง หมึกผัด และน้ำซุปหอมเข้มข้นกระจายไปทั่วเรือนริมสระมรกต

วันนี้อาหารบนโต๊ะมากผิดปกติ

เมื่อหนานอวี้กับหลานชิงอวี้เดินมาถึงพร้อมกัน ทั้งสองคนก็หยุดเท้าไปครู่หนึ่ง

หนานอวี้มองอาหารบนโต๊ะ ดวงตาเริ่มสว่างขึ้น ก่อนจะขมวดคิ้วทันที

"ศิษย์น้อง วันนี้ทำไมอาหารเยอะขนาดนี้"

หลานชิงอวี้กวาดตามองชามและจานที่จัดไว้เป็นระเบียบ สีหน้านิ่งแต่แววตาฉายความสงสัยเล็กน้อย

ยูรันวางกาน้ำชาลงบนโต๊ะ

"ลางสังหรณ์บอกว่าจะมีคนมาเพิ่มอีกสองคน"

หนานอวี้ชะงัก

"ลางสังหรณ์อีกแล้ว?"

นางมองอาหารห้าชุด แล้วมองทางเดินป่าไผ่ด้านนอก

ครู่หนึ่งต่อมา ดวงตาของนางก็หรี่ลงอย่างใช้ความคิด

"ถ้าสองคน...คงเป็นศิษย์พี่รองกับอาจารย์?"

ยูรันพยักหน้า

"น่าจะใช่นะ"

"แล้วถ้าไม่มาเล่า"

"ก็เป็นผลดีกับศิษย์พี่สามไม่ใช่เหรอ?"

หนานอวี้นิ่งไป

อาหารเหลือ แปลว่า...

นางกินเพิ่มได้

เหตุผลนั้นเรียบง่ายและทรงพลังเกินคาด

แต่ไม่นานหนานอวี้ก็รู้ตัวว่าตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่ จึงหันขวับไปมองยูรันทันที

"เดี๋ยว เจ้าหาว่าข้าตะกละหรือ!"

ยูรันสีหน้าไม่เปลี่ยน

"ข้าเปล่านะ"

"สีหน้าเจ้าเหมือนหาว่าข้าตะกละ"

"ข้าแค่ทำอาหารเผื่อเอง"

"เผื่อให้ข้ากินเพิ่มใช่หรือไม่!"

"ถ้าศิษย์พี่สามอยากรับไว้ ข้าก็ไม่ขัด"

"นั่นไง!"

หลานชิงอวี้จิบชาเงียบ ๆ ไม่เข้าร่วมบทสนทนา

แต่ในใจกลับเห็นด้วยกับยูรันเล็กน้อย

ระหว่างที่ทั้งสองกำลังหยอกล้อกัน เสียงฝีเท้าเบา ๆ ก็ดังมาจากทางเดินป่าไผ่

ไม่นาน ร่างของไป๋หลิงก็เดินเข้ามาในลานเรือน

นางยังคงสวมชุดขาวสะอาด สีหน้าเรียบเย็นเช่นเดิม แต่ทันทีที่สายตากวาดผ่านสระมรกต คิ้วของนางก็ขยับเล็กน้อย

รอบสระมีหลุมและบ่อขนาดต่าง ๆ กระจายอยู่เป็นหย่อม ๆ กว่าสิบแห่ง ทางน้ำบางสายถูกขุดเชื่อมต่อกัน บางจุดวางกรวด ทราย ถ่านไม้ และพืชน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว

"พวกเจ้ากำลังทำอะไรกับสระมรกต"

ยังไม่ทันมีใครตอบ เสียงอีกเสียงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"ข้าก็กำลังจะถามเช่นนั้นเหมือนกัน"

อาจารย์เดินตามเข้ามาพอดี

นางมองบ่อรอบสระ มองอาหารบนโต๊ะ แล้วมองยูรันที่ยืนถือกาน้ำชาอยู่ด้วยสีหน้าสงบเกินเหตุ

"ดูเหมือนข้ามาถูกเวลา"

ยูรันรินชาเพิ่มอีกสองถ้วยอย่างไม่แปลกใจ

"เชิญอาจารย์กับศิษย์พี่รองนั่งก่อนขอรับ"

ไป๋หลิงมองอาหารห้าชุดบนโต๊ะ แล้วปรายตามองยูรันเล็กน้อย

"เจ้ารู้ว่าพวกข้าจะมา?"

"ลางสังหรณ์ครับ"

หนานอวี้พึมพำ

"ลางสังหรณ์ที่ทำอาหารเผื่อได้แม่นจริง ๆ"

อาจารย์นั่งลง แต่สายตายังมองบ่อรอบสระอยู่

"สรุปแล้ว พวกเจ้ากำลังทำอะไรกัน"

หนานอวี้ได้โอกาสก็วางตะเกียบลง แล้วอธิบายด้วยสีหน้าจริงจังอย่างยิ่ง

"อาจารย์ ศิษย์พี่รอง พวกเรากำลังสร้างบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำเจ้าค่ะ"

"สัตว์น้ำ?" ไป๋หลิงถาม

"ใช่เจ้าค่ะ มีหมึก กุ้ง หอย ปลา แล้วก็พวกของทะเลอีกหลายอย่าง ศิษย์น้องบอกว่า ถ้าจะเลี้ยงจริง ต้องแยกบ่อ ไม่อย่างนั้นตัวใหญ่จะกินตัวเล็ก กุ้งจะโดนปลากิน หมึกก็อาจกินกุ้ง แล้วกุ้งมังกรก็อาจกัดกันเอง"

อาจารย์เงียบไปครู่หนึ่ง

"กุ้งมังกร?"

หนานอวี้พยักหน้าอย่างหนักแน่น

"ตัวใหญ่ เปลือกแข็ง เนื้อแน่น ราคาแพง และอร่อยมาก"

ไป๋หลิงที่เดิมเพียงฟังเฉย ๆ พลันเลื่อนสายตามาที่ยูรัน

"ราคาแพง?"

ยูรันวางถ้วยชาลง แล้วตอบเรียบ ๆ

"ถ้าเลี้ยงได้ดี ของสดจากยอดเขาจันทราที่ใช้น้ำมีปราณอ่อน ๆ เลี้ยง คุณภาพน่าจะสูงกว่าตลาดทั่วไป"

ดวงตาของไป๋หลิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย

"พูดต่อ"

ยูรันจึงหยิบกิ่งไม้ขึ้นมาขีดพื้นข้างโต๊ะอย่างง่าย ๆ

"แผนระยะยาว ถ้าทำครบทั้งหมด จะมีประมาณหกสิบเก้าบ่อ"

คำว่า หกสิบเก้า ทำให้ทุกคนเงียบไปพร้อมกัน

หนานอวี้ที่เคยได้ยินแล้วครั้งหนึ่งยังสะดุ้งอยู่ดี

ยูรันชี้วงกลมบนพื้นอย่างใจเย็น

"หมึกห้าชนิด หมึกกล้วย หมึกกระดอง หมึกกะตอย หมึกสาย หมึกทาโกะ แต่ละชนิดต้องมีบ่อเพาะพันธุ์ บ่ออนุบาล และบ่อสำหรับจับไปทำอาหาร รวมสิบห้าบ่อ"

ไป๋หลิงก้มมองเส้นบนพื้น

ยูรันชี้ต่อ

"กุ้งทะเลมี กุ้งแชบ๊วย กุ้งขาว กุ้งลายเสือ กุ้งมังกรเจ็ดสี และล็อบสเตอร์ อีกสิบห้าบ่อ"

"ส่วนน้ำจืด มีกุ้งแม่น้ำ กุ้งเครฟิช กุ้งฝอย กุ้งแก้วน้ำจืด และกุ้งก้ามแดง อีกสิบห้าบ่อ"

"หอยมีหอยนางรม หอยแมลงภู่ หอยแครง หอยลาย หอยตลับ หอยเชลล์ ต้องแยกแปลง แยกน้ำ แยกทราย แยกโคลน แยกความลึก รวมอีกสิบแปดบ่อ"

อาจารย์ฟังถึงตรงนี้ก็ยกมือแตะหว่างคิ้ว

"นั่นก็หกสิบสามบ่อแล้ว"

ยูรันพยักหน้า

"ยังมีบ่อระบบอีกหก บ่อพักตะกอน บ่อกรอง บ่อพืชน้ำ บ่อปรับน้ำจืด บ่อปรับน้ำเค็ม และบ่อกักกันสัตว์ใหม่"

ไป๋หลิงนิ่งไปครู่หนึ่ง

"รวมเป็นหกสิบเก้าบ่อ"

"ถูกต้อง"

ความเงียบปกคลุมโต๊ะอาหารไปชั่วขณะ

ไป๋หลิงมองบ่อรอบสระอีกครั้ง

คราวนี้สายตาของนางไม่ได้มองเป็นหลุมดินอีกต่อไป แต่มองเป็นรายรับ รายจ่าย ระยะคืนทุน และสินค้าพิเศษของยอดเขาจันทรา

"ถ้าทำสำเร็จ นี่ไม่ใช่แค่บ่อเลี้ยงสัตว์น้ำ" นางกล่าวเสียงเรียบ "นี่คือแหล่งทำเงิน"

หนานอวี้พยักหน้ารัว

"ใช่เจ้าค่ะ! แหล่งทำเงิน และแหล่งอาหาร!"

ไป๋หลิงเหลือบมองนาง

"ข้าเดาว่าเจ้าสนใจอย่างหลังมากกว่า"

หนานอวี้หลบตาเล็กน้อย

"ก็...ทั้งสองอย่างเจ้าค่ะ"

อาจารย์ถอนหายใจเบา ๆ แล้วหันกลับมามองยูรัน

"เจ้าเพิ่งบอกว่าแผนระยะยาวหกสิบเก้าบ่อ เช่นนั้นเว้นว่างสักวันเพื่อไปประลอง คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง"

ยูรันเงยหน้าขึ้น

"ประลอง?"

อาจารย์พยักหน้า

"อีกเจ็ดวัน จะมีการประลองระหว่างศิษย์ใหม่ของสำนัก หลานชิงอวี้ต้องเข้าร่วม ส่วนเจ้าเองก็ต้องเข้าร่วมด้วย"

หลานชิงอวี้ชะงักเล็กน้อย แต่ยังคงสีหน้าเรียบเฉย

ยูรันตอบทันที

"ข้าไม่เข้าร่วม"

"..."

ทุกคนเงียบไปครู่หนึ่ง

อาจารย์มองเขา

"เหตุผล"

"งานเยอะ แล้วก็ยังไม่เสร็จ"

หนานอวี้รีบพยักหน้าสนับสนุน

"ใช่ อาจารย์ พวกเรากำลังขุดบ่อกันอยู่"

อาจารย์มองหนานอวี้

"ขุดบ่อสำคัญกว่าการประลองศิษย์ใหม่?"

หนานอวี้ลังเลไปชั่วครู่

จากนั้นนางก็นึกถึงหมึกทาโกะ กุ้งมังกรเจ็ดสี ล็อบสเตอร์ หอยเชลล์ย่างเนย และกุ้งแม่น้ำเผามันเยิ้ม

สีหน้าของนางพลันหนักแน่นขึ้น

"สำคัญมากเจ้าค่ะ"

อาจารย์ "..."

ไป๋หลิง "..."

หลานชิงอวี้ก้มหน้าจิบชาเงียบ ๆ

ยูรันกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงสงบ

"อ๋อ แล้วก็ไม่ต้องห่วงเรื่องหกสิบเก้าบ่อขอรับ อันดับแรกข้าว่าจะทำแค่สิบเก้าบ่อก่อน"

อาจารย์นิ่งไป

"แค่?"

"ใช่ครับ"

ยูรันเหลือบมองหนานอวี้

"เพราะเห็นศิษย์พี่สามขุดเยอะแล้ว ข้าเหนื่อยแทน เลยลดลงมาเท่านี้"

หนานอวี้หันขวับ

"เจ้าลดลงเพราะเหนื่อยแทนข้า?"

"ใช่"

"แล้วทำไมข้ายังรู้สึกเหนื่อยอยู่!"

"ก็ข้าไม่ได้ขุดเองนี่ ข้าแค่บอกว่าเห็นท่านเหนื่อยแล้วข้าก็เหนื่อยตาม"

หลานชิงอวี้ก้มหน้าจิบชาเพื่อซ่อนรอยยิ้มจาง ๆ

อาจารย์มองยูรันนิ่ง

"ต่อให้สิบเก้าบ่อ เจ้าก็ยังเว้นหนึ่งวันไปประลองได้"

ยูรันตอบทันที

"วันแข่งนั้น ข้าจะนอน"

อาจารย์ยิ้มบาง ๆ

รอยยิ้มนั้นทำให้หนานอวี้ที่กำลังจะหัวเราะเงียบลงทันที

"ยูรัน การประลองศิษย์ใหม่เป็นคำสั่งของสำนัก ไม่ใช่คำเชิญ"

ยูรันนิ่งไปเล็กน้อย

อาจารย์วางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล

"หลานชิงอวี้ต้องเข้าร่วม เจ้าเองก็ต้องเข้าร่วม หากเจ้าไม่ไป ข้าจะให้หนานอวี้แบกเจ้าไป หรือไม่ก็แบกไปเอง"

หนานอวี้ตาเป็นประกายขึ้นมาทันที

"อาจารย์ ให้ข้าแบกได้เจ้าค่ะ!"

ยูรันหันไปมองนาง

"ศิษย์พี่สาม เหตุใดท่านถึงดูอยากทำขนาดนั้น"

"ข้าเปล่า"

สีหน้าของนางบอกชัดว่าเปล่าไม่จริง

หลานชิงอวี้จิบชาเงียบ ๆ แต่แววตาคล้ายเห็นด้วยกับอาจารย์เล็กน้อย

อาจารย์กล่าวต่อ

"อีกอย่าง การประลองครั้งนี้ไม่ได้ให้เจ้าชนะใคร เพียงแค่ไปแสดงตัว ให้สำนักรู้ว่าเจ้ายังอยู่ในรายชื่อศิษย์ใหม่ ไม่ใช่หายไปขุดบ่อจนกลายเป็นเจ้าของฟาร์มสัตว์น้ำ"

ไป๋หลิงพึมพำเสียงเบา

"ถ้าเป็นฟาร์มสัตว์น้ำที่ทำเงินได้ ก็น่าสนใจอยู่"

อาจารย์ปรายตามองนาง

ไป๋หลิงเงียบลงทันที

ยูรันถอนหายใจเบา ๆ

"ก็ได้ๆ ข้าจะไป"

อาจารย์พยักหน้าอย่างพอใจ

ยูรันก็ชี้ไปยังโต๊ะอาหารทันที

"วันนี้ทั้งวันเป็นเมนูหมึกกับกุ้งทั้งหมดพอดี อาจารย์กับศิษย์พี่รองลองชิมก่อนก็ได้ขอรับ"

ไป๋หลิงมองจานอาหารบนโต๊ะ

อาจารย์เองก็เหลือบมองตามอย่างช่วยไม่ได้

"สองวันที่ผ่านมา ศิษย์พี่สามกับชิงอวี้กินเมนูพวกนี้แล้ว" ยูรันกล่าวต่อ "ถ้าบ่อเสร็จและเลี้ยงได้เอง ต่อไปไม่ต้องซื้อวัตถุดิบจากข้างนอก ทั้งกินเองได้ ขายได้ แปรรูปได้ และยังใช้เป็นจุดขายของยอดเขาจันทราได้ด้วย"

คำว่า ขายได้ ทำให้ไป๋หลิงวางถ้วยชาลงช้า ๆ

คำว่า กินเองได้ ทำให้หนานอวี้พยักหน้ารุนแรง

อาจารย์มองอาหารบนโต๊ะ แล้วมองบ่อรอบสระอีกครั้ง

"เจ้ากำลังใช้มื้อเช้าซื้อใจอาจารย์รึเปล่า?"

ยูรันตอบอย่างสงบ

"ข้าเพียงแค่ใช้หลักฐานมายืนยันเท่านั้นเอง"

เปรยตามองอาจารย์ พร้อมจิบน้ำชา

"ท่านอาจารย์ คนเราทำอะไรก็ต้องมีหลักฐานนะ"

ทั้งโต๊ะพลันเงียบลงทันที

คำว่า หลักฐาน ทำให้บรรยากาศรอบโต๊ะเปลี่ยนไปเล็กน้อย

หนานอวี้ที่กำลังจะคีบกุ้งเข้าปากชะงักมือ

หลานชิงอวี้เงยหน้าขึ้นอย่างเงียบ ๆ

ไป๋หลิงนิ่งค้างไปครู่หนึ่ง ก่อนใบหน้าขาวเย็นชาจะขึ้นสีแดงจาง ๆ อย่างหาได้ยาก

นางย่อมจำได้

เรื่องเมื่อสามวันก่อน

เรื่องที่ยูรันถูกลากเข้าไปพัวพัน ถูกตั้งข้อสงสัย และเกือบถูกตัดสินจากคำพูดของผู้อื่น โดยไม่มีหลักฐานมากพอ

อาจารย์เองก็ชะงักไปเช่นกัน

ปลายนิ้วที่แตะถ้วยชาหยุดนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนนางจะหลุบตาลงมองน้ำชาในถ้วย

ชั่วขณะนั้น สีหน้าของนางมีร่องรอยกระอักกระอ่วนเล็กน้อย

เล็กน้อยมาก

แต่ก็พอให้เห็นว่า นางเข้าใจว่ายูรันกำลังพูดถึงอะไร

"...เจ้ายังจำเรื่องนั้นได้สินะ"

ยูรันวางถ้วยชาลงอย่างนุ่มนวล

"ข้าเป็นคนธรรมดา ความจำไม่เลวขอรับ"

หนานอวี้ก้มหน้ากลั้นหัวเราะจนไหล่สั่น

หลานชิงอวี้ยกถ้วยชาขึ้นจิบเพื่อบังมุมปาก

ไป๋หลิงไอเบา ๆ แล้วเบือนหน้าไปทางสระมรกต ราวกับสนใจคุณภาพน้ำขึ้นมากะทันหัน

อาจารย์มองยูรันอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจเบา ๆ

"ได้ ครั้งนี้เจ้ามีหลักฐานแล้ว"

นางคีบหมึกย่างขึ้นมาชิ้นหนึ่ง

"ข้าจะชิมหลักฐานของเจ้าดู"