คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 24 แตะแก้ม7,099 ตัวอักษร

ตอนที่ 24 แตะแก้ม

วันต่อมา ข่าวลือเกี่ยวกับยูรัน ก็แพร่สะพัดไปเรื่อยเริ่มลามออกไปนอกสำนัก

"หินแตก บันไดเลื่อน กระจกหน้าจุ่มดิน ชนะการประลองโดยใช้เครื่องเป่าแค่สองโน้ต รวมถึงการร้องเพลงคู่กับเครื่องดนตรีประหลาด ได้ไพเราะสุดๆ"

รายการพัฒนายอดเขา

สิ่งปลูกสร้างหลังเขา

  • [ ] ตำหนักมรกต (ปรับปรุงแล้วเปลี่ยนเป็นตำหนักหลัก)กำลังดำเนินการ
  • [ ] บ่อเพาะเลี้ยง กำลังดำเนินการ 19 จาก 69
  • [ ] ฟาร์มสัตว์บกและสัตว์ปีก ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] สวนสมุนไพรวิญญาณ ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] สวนผลไม้วิญญาณ ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] โรงหมักสุรา ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] โรงหลอมยายังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] โรงตีเหล็ก ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] โรงทอผ้ายังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] คลังสินค้า ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] ห้องทำงานส่วนบุคคลของแต่ละคนสำหรับงานเอกสาร ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] บ่อน้ำพุร้อน ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] โรงฝึกส่วนตัว ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] ศาลากลางน้ำสำหรับ ตกสัตว์น้ำ กำลังดำเนินการ ความคืบหน้าตามบ่อเพาะเลี้ยง

สถานที่กลางเขาและหน้ายอดเขา

  • [ ] ตำหนักหลัก (ปรับปรุงแล้วเปลี่ยนเป็นตำหนักรับรอง) ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] ปรับปรุงลาน ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] โรงอาหารสำหรับศิษย์ฝึกงาน ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] เรือนใหม่สำหรับศิษย์ฝึกงาน ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] สถานที่จัดกิจกรรมอื่นๆ ยังไม่ได้เริ่ม

ฝั่งตะวันออก

  • [ ] เรือนบัญชีทุบทิ้ง ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] คลังสินค้าทุบทิ้ง ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] ตำหนักสำหรับการฝึกสอน ยังไม่ได้เริ่ม

ฝั่งตะวันตก

  • [ ] สถานที่ให้ฝึกทดลองทำบางอย่างตามความถนัดของตนเอง ยังไม่ได้เริ่ม
  • [ ] เขตท่องเที่ยว และนิทรรศการ

ยูรันกำลังนั่งอยู่ศาลากลางสระมรกต รอทุกคนมากินข้าวเช้าด้วยกัน กำลังนั่งมองดูรายการที่ทำไว้ว่าจะต้องทำอะไรต่อไป โดยไม่สนใจรอบข้างมากนัก

หลิงเยวี่ยมายืนดูอยู่ตั้งนานแล้ว โดยตอนเข้ามาเห็นยูรันตั้งใจอ่านอะไรบางอย่างอยู่นึกสงสัยก็เลยแอบมายืนดูอยู่เงียบๆ

เห็นเด็กกำลังมีสมาธิตรงหน้าในใจก็อดคิดไม่ได้ เมื่อคืนหลังงานแข่งเมื่องานจบลง ช่วงเย็นทั้งห้าคน กลับมากินหม้อไฟอย่างสนุกสนานโดยมีตัวนาง ยูรัน หนานอวี้ หลานชิงอวี้ ไป๋หลิง ส่วนเย่อ้าวเทียน ช่างหัวแม่มันเถอะ นางนึกเรื่องเมื่อคราวก่อนที่จงใจใส่ร้ายยูรันแถมเอาหยกของรักของหวงไปขาย นางผิดหวังในตัวเย่อ้าวเทียนเป็นอย่างมาก ขี้เกียจจะสนใจอีกต่อไป

[ เจ้าเด็กนี่เมื่อวานตอนเล่นเครื่องเป่า กับร้องเพลง ก็เรียกเสียงฮือฮาไปไม่น้อย ถึงแม้เครื่องดนตรีจะดูแปลกตาไปหน่อย]

[ แถมตอนนี้แผนที่อยู่ในมือดูเหมือนจะเป็นการพัฒนายอดเขา ดูเจ้าเด็กนี่ตอนตั้งใจทำงานแล้วก็ดูดีไม่เบา]

[ มองจากด้านข้างก็หล่อเหลาสุดๆ ]

นางเผลอคิดอะไรแปลกๆ หน้าเริ่มแดง เลยรีบสะบัดความคินนั้นทิ้งซะ

[ ใจเย็นๆ หลิงเยวี่ย จะมองเจ้าเด็กนี่ว่าหล่อได้ยังไง!! ]

หลิงเยวี่ยมองอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเป็นฝ่ายเอ่ยทักขึ้นก่อน

"กำลังดูอะไรอยู่?"

ยูรันเงยหน้าจากรายการในมือ

เมื่อเห็นว่าเป็นอาจารย์ เขาก็ไม่ได้ตกใจ เพียงเลื่อนถ้วยชาอีกใบออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ

"ข้ากำลังคิดจะทำอย่างอื่นเพิ่มนอกเหนือจากบ่อเพาะเลี้ยง"

เขารินชาร้อนลงในถ้วย แล้วขยับจานอาหารเช้าบางส่วนไปวางตรงหน้าหลิงเยวี่ย

"อาจารย์นั่งก่อน เดี๋ยวข้าอธิบายให้ฟัง"

หลิงเยวี่ยนิ่งไปเล็กน้อย ก่อนนั่งลงข้างเขาอย่างเงียบ ๆ

ยูรันชี้รายการบนกระดาษ

"ดูจากอาการของศิษย์พี่รองแล้วยอดเขาของเรากำลังขาดเงินอย่างหนัก"

"ดังนั้นยดอเขาเราจำเป็นต้องหารายได้เพิ่ม แผนนี้จึงไม่ได้มีแค่การปรับปรุงที่อยู่อาศัย และการทำบ่อเพาะเลี้ยงเท่านั้น"

เขาเลื่อนนิ้วผ่านหัวข้อเขตใน เขตต้อนรับ ฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตก

"เขตในจะเป็นพื้นที่ส่วนตัวของพวกเรา โดยข้ากำลังจะขยายตำหนักเป็นตำหนักใหญ่ๆ แล้วเป็นเป็นตำหนักหลักเดิมแทน โดยให้อาจารย์ ศิษย์พี่ กับชิงอวี้ ย้ายเข้ามา ใช้สำหรับพักผ่อน ของใช้ส่วนตัวอื่นๆ และให้ข้าทดลองอะไรบางอย่างเป็นการส่วนตัว"

"เขตนอกจะแบ่งออกเป็นสามส่วน ส่วนกลาง ฝ่่งตะวันออก ฝั่งตะวันตก"

"ส่วนกลาง ตำหนักหลักเดิมทที่อาจารย์พักจะถูกเปลี่ยนเป็นตำหนักรับรอง และเรือนใหม่สำหรับศิษย์อื่นๆ และเว้นที่สำหรับจัดกิจกรรมไว้"

"ฝั่งตะวันออก จะถูกเปลี่ยนเป็นสถานที่สำหรับฝึกสอนล้วนๆ และสถานที่ให้ฝึกทดลองทำบางอย่างตามความถนัดของตนเอง มีทุกอย่าง เท่าที่เขตส่วนนอกจะมีได้"

"ฝั่งตะวันตก ข้าคิดว่าควรจะปรับเปลี่ยนอีกนิดหน่อย มันควรจะเป็นสถานทีสำหรับจัดกิจกรรมสำหรับการพักผ่อน การแสดง และการท่องเที่ยวแทน"

หลิงเยวี่ยถือถ้วยชาไว้ในมือ นางไม่ได้ถามแทรก เพียงนั่งฟังอย่างตั้งใจ

ยูรันกล่าวต่ออย่างไม่รีบร้อน

"รายได้หลักส่วนแรกคือสัตว์น้ำ บ่อเพาะเลี้ยงจะให้ปลา กุ้ง หอย หมึก ทั้งสำหรับกินเองและขาย ถ้ามีเหลือก็ทำเป็นของแปรรูป เช่น หมึกแห้ง กุ้งแห้ง น้ำซุปเข้มข้น ซอสหมัก หรืออาหารพร้อมกิน เก็บได้นาน ส่งขายได้ไกลกว่าอาหารสด"

เขาชี้ไปยังหัวข้อสวนสมุนไพรและฟาร์ม

"ส่วนที่สองคือสมุนไพร ผลไม้วิญญาณ และสัตว์บก ถ้าปลูกและเลี้ยงได้คงที่ เราจะมีวัตถุดิบส่งให้โรงหลอมยา โรงครัว โรงหมักสุรา และร้านค้าของยอดเขา ไม่ต้องซื้อจากข้างนอกทั้งหมด ต้นทุนลดลง กำไรเพิ่มขึ้น"

หลิงเยวี่ยคีบอาหารเข้าปากคำหนึ่งอย่างเงียบ ๆ

สายตาของนางยังคงจับอยู่บนใบหน้าด้านข้างของยูรัน

ตอนเขาพูดเรื่องพวกนี้ น้ำเสียงของเขาเรียบง่าย แต่ทุกคำกลับมีโครงสร้างชัดเจน

ยูรันยังคงอธิบายต่อ

"ส่วนที่สามคือการเปิดโรงเรียนสอนการบำเพ็ญเพียรขั้นพื้นฐาน รับคนภายนอก ศิษย์นอก ศิษย์รับใช้ หรือคนธรรมดาที่อยากเข้าสู่เส้นทางฝึกตน หลังเรียนจบหลักสูตรก็ออกใบรับรองให้ หากเหมาะสมก็รับเป็นศิษย์รับใช้หรือศิษย์ภายนอกของยอดเขาเรา หากเจอคนมีพรสวรรค์แล้วยอดเขาอื่นอยากรับไปก็ได้ รายได้ช่วงรับสอนเป็นของเรา ชื่อเสียงก็เป็นของเรา"

เขาแตะหัวข้อสถานที่ฝึกทดลอง

"ส่วนที่สี่คือพื้นที่ทดลองตามความถนัด ให้คนที่เข้ามาเรียนหรือทำงานเลือกทดลองจริง บางคนอาจถนัดสมุนไพร บางคนถนัดหลอมยา ตีเหล็ก ทอผ้า ทำอาหาร เลี้ยงสัตว์ หรือออกแบบค่ายกล ยอดเขาจันทราจะจ่ายค่าจ้างพื้นฐานให้ และถ้างานของใครออกมาดี เราก็ช่วยผลักดันให้เป็นสินค้า"

ยูรันหยุดเล็กน้อย ก่อนยกตัวอย่าง

"เช่น มีคนคิดวิธีปลูกสมุนไพรแบบใหม่ ทำให้โตเร็วขึ้น คุณภาพดีขึ้น หรือลดต้นทุนได้ เราจดวิธีนั้นไว้ แบ่งรายได้กับเจ้าของวิธี หากยอดเขาอื่นอยากใช้ ก็จ่ายค่าลิขสิทธิ์หรือค่าถ่ายทอดวิธีการปลูก คนคิดได้ส่วนแบ่ง ยอดเขาได้ส่วนแบ่ง ทั้งสองฝ่ายได้ประโยชน์"

เขาเลื่อนนิ้วไปยังฝั่งตะวันตก

"ส่วนที่ห้าคือการท่องเที่ยว สวนน้ำปราณ สวนกิจกรรม บ้านหิมะ บ้านผีสิงค่ายกล โลกจำลอง ลานตกปลา ตกกุ้ง ร้านอาหารริมบ่อ พวกนี้ถ้าทำดีจะดึงคนจากนอกสำนักเข้ามาได้ คนมาเที่ยวก็ต้องซื้ออาหาร ซื้อของฝาก พักค้างคืน หรือจ่ายค่าผ่านเข้า ยอดเขาก็มีรายได้ต่อเนื่อง"

ยูรันถอนหายใจเล็กน้อย ก่อนพูดเสริม

"แผนนี้ข้าทำมาคร่าวๆ เท่านั้น ยังไม่มั่นใจว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงในอนาคตไหม"

เขาวางกระดาษลง แล้วรินชาเติมให้หลิงเยวี่ย ก่อนคีบอาหารเข้าปากอีกหนึ่งคำ

หลิงเยวี่ยนั่งฟังตั้งแต่ต้นจนจบโดยไม่พูดแทรกสักคำ

นางมองเด็กหนุ่มข้างกายอยู่ครู่หนึ่ง สายตาของเขายังจับอยู่บนกระดาษที่วางลง แก้มที่เคี้ยวอาหารเช้าค้างอยู่เล็กน้อยดูตุ่ยกว่าปกติ

หลิงเยวี่ยไม่รู้ตัวเลยว่าตนยื่นมือออกไป

ปลายนิ้วเย็นแตะลงบนแก้มของยูรันเบา ๆ แล้วลูบผ่านอย่างแผ่วเบา

ยูรันชะงัก เงยหน้าขึ้นหลี่ตามองนาง

"อาจารย์ ท่านกำลังทำอะไร?"

หลิงเยวี่ยเองก็ชะงักเหมือนกัน

ปลายนิ้วของนางยังค้างอยู่บนแก้มเขา

เมื่อครู่เป็นเพียงการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเท่านั้น แต่นางกลับไม่รู้เลยว่าตนทำลงไปตั้งแต่เมื่อไร

หลิงเยวี่ยมองแก้มของยูรัน แล้วมองดวงตาปลาตายที่กำลังจ้องกลับมาอย่างสงสัย

นางควรดึงมือกลับทันที

แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ปลายนิ้วกลับลูบแก้มตุ่ย ๆ นั้นอีกครั้งเบา ๆ

ยูรันนิ่งไปครู่หนึ่ง

เห็นอาจารย์ไม่ตอบกลับ แต่ปลายนิ้วยังลูบแก้มเขาอยู่เหมือนเดิม เขาจึงกลืนอาหารในปากลงไปช้า ๆ

จากนั้นยกมือขึ้นจับหลังมือของหลิงเยวี่ยไว้เบา ๆ แล้วกดฝ่ามือนางให้แนบกับข้างแก้มของตนเองมากกว่าเดิม

ยูรันเงยหน้ามองนาง ก่อนยิ้มบาง ๆ

ใบหูของหลิงเยวี่ยแดงขึ้นทันที

ยังไม่ทันมีใครพูดอะไร เสียงฝีเท้าสามสายก็ดังมาจากสะพานไม้

ไป๋หลิง หลานชิงอวี้ และหนานอวี้เดินเข้ามาถึงศาลากลางน้ำพอดี

ทั้งสามคนหยุดพร้อมกัน

สายตาสามครู่มองมือของหลิงเยวี่ยที่ยังลูบอยู่บนแก้มของยูรัน

ศาลากลางน้ำเงียบลงทันที