คลังนิยายพันธสัญญาแห่งดวงดาว

ตอนเผยแพร่

อ่านนิยาย

ตอนที่ 44 นี่มันเอาไว้ซ้ำศพชัด7,404 ตัวอักษร

ตอนที่ 44 นี่มันเอาไว้ซ้ำศพชัด

คนอื่น ๆ ที่หนีไม่ทันก็ถูกแรงระเบิดกระแทกอัดออกมาจากโถงเช่นกัน บางคนกระอักเลือด บางคนหมดสติกลางอากาศ ก่อนร่วงลงบนพื้นอย่างน่าเวทนา

กลางคลื่นพลังที่กำลังถล่มทุกสิ่ง หลิงเยวี่ยยืนอยู่ด้านหน้าเพียงลำพัง

นางสะบัดมือเรียกยันต์ป้องกันออกมาหลายแผ่นในพริบตา ก่อนเทแรงทั้งหมดเข้าไปกางม่านพลังรับแรงระเบิดที่พุ่งออกมา

คลื่นพลังปะทะม่านป้องกันอย่างรุนแรงจนทั้งโถงสั่นสะเทือน

ดวงตาของหลิงเยวี่ยเย็นลงเล็กน้อย

[นี่มัน... ระดับมหายานจริง ๆ ยันต์แค่นี้เอาไม่อยู่แน่]

ยูรันมองคลื่นพลังที่กำลังถาโถมเข้ามา ก่อนพึมพำเสียงเบา

“อืม ดูเหมือนจะเป็นระดับมหายานจริง ๆ ถ้าปล่อยไว้ มิตินี้จะพังทลายของแท้แน่นอน”

เขาหันไปมองหลิงเยวี่ย

“ถ้าอย่างนั้น อาจารย์ หน้าที่ของท่านตรงนี้หมดลงแล้ว”

หลิงเยวี่ยยังคงกางม่านพลังต้านแรงระเบิดอยู่

“เจ้าจะทำอะไร”

ยูรันนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนยิ้มบาง ๆ

“อืม มันอาจจะไม่ใช่ความลับมากนัก แต่ว่าข้ายังไม่คิดบอกใคร นี่ข้าบอกท่านคนแรกเลยนะ ท่านอาจารย์”

เขาหยุดไปเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่ออย่างจริงจังกว่าปกติ

“นี่เป็นความลับชั่วคราว แล้วก็ขอให้ท่านเข้าใจว่า พลังนี้ไม่ใช่พลังต้องห้ามแต่อย่างใด ข้าขอย้ำอีกรอบ มันไม่ใช่พลังต้องห้าม”

หลิงเยวี่ยไม่เข้าใจเลยว่าศิษย์รักของตนกำลังจะทำอะไร

ยิ่งไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องย้ำเรื่องพลังต้องห้ามถึงสองครั้ง

ยูรันเพียงยิ้มให้นางครั้งหนึ่ง ก่อนยกมือขึ้นทำมุทรา

จากนั้นจึงเอ่ยวาจาสิทธิ์ออกมาอย่างแผ่วเบา

“พันธะแห่งดวงดาว”

หลิงเยวี่ยชะงักเล็กน้อย

[พันธะแห่งดวงดาว?]

นั่นคืออะไร แต่ในเวลานี้ นางไม่มีสมาธิพอจะถาม เพราะแรงระเบิดจากระฆังทองสัมฤทธิ์ยังคงถาโถมเข้ามาไม่หยุด

ภายในห้วงจิตของยูรัน

วัจนะดวงดาวถูกเปิดออก

ดวงดาวนับไม่ถ้วนในความมืดอันไร้ขอบเขตค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกัน

สายตาทั้งหมดจ้องมองลงมายังยูรัน

ในสายตาเหล่านั้นมีทั้งความคิดถึง ศรัทธา สรรเสริญ เคารพ และเชิดชู ราวกับพวกมันเฝ้ารอช่วงเวลานี้มายาวนานเกินกว่าจะนับได้

เสียงของเหล่าดวงดาวดังขึ้นพร้อมกัน

“ในที่สุด... ในที่สุด... ในที่สุด...”

“นานนับอสงไขย หลายรอบวัฏจักรแห่งเอกภพ พวกเราก็ได้เจอท่าน”

“พวกเราขอสักการะแด่ผู้เป็นนาย”

ยูรันเงยหน้ามองเหล่าดวงดาว ก่อนกล่าวเสียงเรียบ

“ไม่ต้องมากพิธี เท่านี้ก่อน พอดีข้าอยากจะแลกเปลี่ยน”

เหล่าดวงดาวเงียบลงทันที

“แลกเปลี่ยน? นี่ท่านหรือว่า...”

ยูรันพยักหน้าเบา ๆ

“ทำตามขั้นตอน”

เหล่าดวงดาวมองหน้ากัน ก่อนพยักหน้าพร้อมกันอย่างนอบน้อม

“ท่านต้องการสิ่งใด?”

“เนตรดาราสวรรค์”

“ระยะเวลา?”

“จนกว่าระเบิดจะหมด”

“ท่านต้องการเสียสละสิ่งใด?”

ยูรันตอบโดยไม่ลังเล

“แสงสว่างของข้า”

เหล่าดวงดาวเงียบไปครู่หนึ่ง

จากนั้นเสียงนับไม่ถ้วนจึงดังขึ้นพร้อมกันอีกครั้ง

“พวกเราขอมอบให้”

ยูรันยิ้มบาง ๆ

“ขอบใจนะ”

ภายนอก หลิงเยวี่ยได้ยินเพียงเสียงพึมพำบางส่วนจากปากยูรัน

“เนตรดาราสวรรค์... จนกว่าระเบิดจะหมด... แสงสว่างของข้า...”

นางยิ่งไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

เหตุใดหลังจากกล่าวคำว่า “พันธะแห่งดวงดาว” แล้ว ศิษย์รักของนางถึงเริ่มพูดคำแปลกประหลาดเหล่านี้ออกมาอีก

แต่สัญชาตญาณของหลิงเยวี่ยกลับบอกนางว่า

สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นต่อจากนี้... ไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่นอน

ภาพต่อมาทำให้หลิงเยวี่ยเบิกตากว้าง

ดวงตาของยูรันเปลี่ยนไป

ยูรันยื่นมือออกไปแทนตำแหน่งของหลิงเยวี่ย

แรงระเบิดระดับมหายานที่กำลังถาโถมเข้ามา พลันหยุดชะงักตรงหน้าฝ่ามือของเขา

หลิงเยวี่ยมองดวงตาคู่นั้นอย่างตกตะลึง

“เจ้า... นี่เจ้าดวงตาคู่นั้นมันคืออะไร”

ยูรันไม่หันกลับมา

“ไว้ถึงเวลาแล้วข้าจะบอก แต่ว่าตอนนี้ท่านต้องออกไปได้แล้ว ข้าจะส่งท่านออกไปก่อน เตรียมตัวให้ดี ข้าไม่เป็นอะไรหรอก”

หลิงเยวี่ยนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนพยักหน้า

“ข้าพร้อม”

ยูรันยกมืออีกข้างขึ้นเล็กน้อย

“บัญชาสวรรค์”

สิ้นเสียงนั้น ร่างของทุกคนที่ยังเหลืออยู่ภายในวิหารพลันถูกแรงที่มองไม่เห็นยกขึ้นพร้อมกัน

พวกเขาลอยออกไปตามทางเดินอันซับซ้อนของวิหารอย่างรวดเร็ว แต่กลับไม่กระแทกผนัง ไม่ชนเสา และไม่ถูกเศษหินแม้แต่นิดเดียว ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นกำลังนำทางให้ทุกคนออกไปอย่างแม่นยำ

หลิงเยวี่ยเองก็ถูกส่งออกไปเช่นกัน

หลังจากทุกคนออกไปหมดแล้ว ยูรันจึงหันกลับมามองแรงระเบิดตรงหน้า

“เอาละ มาเริ่มปรับเทียบระบบบำเพ็ญเพียรของโลกนี้กัน”

“กลืนกินสรรพสิ่ง”

พลังงานมหาศาลที่ระเบิดออกจากระฆังทองสัมฤทธิ์พลันถูกดึงเข้าหายูรันอย่างบ้าคลั่ง

แรงระเบิดที่ควรจะฉีกมิตินี้ให้แหลก ค่อย ๆ ถูกเปลี่ยนทิศทางเข้าสู่ร่างของเขา

ยูรันหลับตาลงครึ่งหนึ่ง

“ต้องเอาพลังงานมาสร้างวงแหวนในหัวใจแทนตันเถียน ให้มันโคจรเหมือนเอกภพอันหนึ่ง ต้องจำลองภาพการเกิดเอกภพด้วย ยากเหมือนกันนะเนี่ย”

เขาหยุดคิดเล็กน้อย “เอาละ ลองดูแล้วกัน”

ระดับหนึ่ง หลอมรวมละอองดาว เทียบเท่าหลอมรวมปราณ

ระดับสอง ก่อวงโคจรดารา เทียบเท่าสร้างรากฐาน

ระดับสาม ก่อแกนเอกภพ เทียบเท่าแก่นทองคำ

ระดับสี่ ดาราแรกกำเนิด เทียบเท่าก่อวิญญาณทารก

ระดับห้า แปลงแสงดารา เทียบเท่าแปลงจิตวิญญาณ

ระดับหก ทะลวงห้วงสุญตา เทียบเท่าหวนคืนสู่ความว่างเปล่า

ระดับเจ็ด รวมห้วงดารา เทียบเท่าหลอมรวมเต๋า

ระดับแปด ดาราจักรสมบูรณ์ เทียบเท่ามหายาน

ระดับเก้า เทพดารา เทียบเท่านักบุญ

ระดับสิบ ต้นกำเนิดดารา เทียบเท่าเทพที่แท้จริง

ยูรันลืมตาขึ้นเล็กน้อย

“ระดับของโลกนี้เท่านี้เองสินะ อืม ของข้าไม่ใช่การบำเพ็ญเซียน แต่คือการบำเพ็ญเพื่อจุติใหม่กลายเป็นเทพเจ้า”

วงแหวนดวงดาวเส้นแรกเริ่มก่อตัวขึ้นในหัวใจของเขา

ละอองแสงนับไม่ถ้วนหมุนวนเข้าหากัน ก่อตัวเป็นเส้นโคจรเล็ก ๆ จากนั้นเส้นโคจรเหล่านั้นก็ซ้อนทับ กลืนกิน และจัดระเบียบตัวเองเหมือนเอกภพขนาดย่อมกำลังถือกำเนิดขึ้นภายในร่าง

พลังระเบิดของระฆังถูกเปลี่ยนเป็นเชื้อเพลิง

เสียงแตกร้าวของวิหารดังสนั่นไม่หยุด แต่รอบตัวยูรันกลับนิ่งสงบราวกับอยู่กลางคืนไร้ลม

“ปรับเทียบเรียบร้อย”

เขาพึมพำ “เริ่มสร้างดาราจักร”

แสงดาวในหัวใจหมุนเร็วขึ้น

วงโคจรเส้นแรกสมบูรณ์

เส้นที่สองเริ่มก่อตัว

จากนั้นเส้นที่สาม สี่ ห้า ก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นตามลำดับ ราวกับหัวใจของเขาไม่ได้เต้นด้วยเลือดอีกต่อไป แต่เต้นด้วยจังหวะการหมุนของดวงดาว

ไม่นานนัก พลังระเบิดระลอกแรกก็ถูกดูดกลืนจนหมด

ยูรันก้มมองมือตัวเอง

“เสร็จแล้ว ง่ายจริง ๆ ตอนนี้ระดับอยู่ที่ก่อวงโคจรดารา เทียบเท่าสร้างรากฐาน สำแดงได้ถึงแก่นทองคำ”

เขายังไม่ทันได้พูดจบดี ระฆังที่แตกกระจายอยู่กลางโถงพลันสั่นอีกครั้ง

ครืน

พลังระเบิดระลอกที่สองปะทุขึ้นจากเศษระฆังที่เหลืออยู่

ยูรันชะงัก

“ชิบหาย ทำไมมีสองรอบวะ”

คราวนี้เนตรดาราสวรรค์เริ่มดับแสงลงแล้ว

พลังที่แลกเปลี่ยนมาหมดเวลาพอดี

แรงระเบิดระลอกที่สองซัดเข้าร่างเขาโดยตรง แม้จะอ่อนกว่าระลอกแรกมาก แต่ก็ยังรุนแรงพอจะทำให้พื้นวิหารใต้เท้าแตกกระจาย

ยูรันถอยไปครึ่งก้าว เลือดซึมออกจากมุมปาก

“ฮ่า ๆ ไอเวรเอ้ย วางกับดักไว้สองรอบ บ้าเปล่าวะ”

เขายกมือเช็ดเลือด มองบาดแผลบนร่างตนเองแล้วหัวเราะเบา ๆ

“ตอนแรกคิดอยู่ว่าจะแกล้งบาดเจ็บยังไง แต่คราวนี้ได้แผลมาแล้ว แกล้งสลบปิดสวิตช์ตัวเองสักสองอาทิตย์ จะได้อู้งานได้”

แต่ในตอนที่ยูรันกำลังวางแผนอู้งานอยู่นั้นเอง

ใต้พื้นวิหารกลับมีแสงสีทองแดงอีกสายหนึ่งสว่างขึ้น

ยูรันก้มมองลงไป

“หืม ด้านล่าง...”

สีหน้าของเขาแข็งค้างไปเสี้ยวหนึ่ง

“ไอห่าเอ้ย ใครเขาสร้างระเบิดสามรอบ นี่มันเอาไว้ซ้ำศพชัด ๆ แค่รอบแรกก็ไม่รอดแล้ว ยังเผื่ออีกสองรอบ บ้ารึไงวะ”

วินาทีต่อมา ระเบิดระลอกที่สามก็ปะทุขึ้น

ตู้ม!

แรงระเบิดครั้งนี้รุนแรงกว่ารอบที่สอง แม้จะยังไม่เท่ารอบแรก แต่สำหรับยูรันที่บาดเจ็บอยู่แล้ว มันมากพอจะซัดร่างของเขากระเด็นไปชนกำแพงวิหารอย่างแรง

กำแพงแตกกระจาย

ร่างของยูรันทะลุกำแพงวิหารออกมา ก่อนร่วงกระแทกพื้นหน้าประตูพอดิบพอดี ราวกับเป็นเรื่องบังเอิญอันเลวร้ายที่สุด

ตึง!

พื้นหินใต้ร่างแตกเป็นรอยร้าววงกว้าง

ยูรันนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว

เสื้อผ้าบนร่างถูกเผาจนเหลือเพียงเศษผ้าขาดวิ่น หนังตามแขน ไหล่ และลำตัวไหม้เกรียมเป็นรอยดำสนิท ราวกับถูกไฟนรกกลืนกินไปทั้งตัว

กระดูกหลายจุดบิดผิดรูปจนมองเห็นได้ชัด ข้อมือ ข้อศอก หัวไหล่ และซี่โครงเหมือนถูกภูเขาทั้งลูกบดทับจนแหลกละเอียดภายใน

เส้นเลือดใต้ผิวหนังปริแตกเป็นเส้น ๆ เลือดไหลซึมออกมาตามรอยแยกทั่วร่าง ราวกับมีใครจับเขาไปบีบคั้นทั้งตัวจนเลือดแทบถูกรีดออกมาจากทุกส่วน

ลมหายใจของเขาเบาบางเสียจนแทบไม่ต่างจากคนตาย

อกของยูรันขยับขึ้นลงเพียงเล็กน้อย นานมากกว่าจะมีลมหายใจหนึ่งครั้ง

กลิ่นไหม้ กลิ่นเลือด และกลิ่นพลังที่ปั่นป่วนคลุ้งออกมาจากร่างของเขาอย่างน่าหวาดหวั่น

ในสภาพเช่นนี้ ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับสูง ก็ยากจะบอกได้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่

แต่เขายังไม่ตาย ยังเหลือลมหายใจสุดท้ายที่ดื้อรั้นอย่างน่าประหลาด